ความสำคัญของการสอบเทียบ Sound calibrator

ความสำคัญของการสอบเทียบ Sound calibrator

ค่าที่วัดทั้งปีจะผิดทั้งหมดทันที ถ้าหากไม่ทำสิ่งนี้

Sound calibrator หรือ Acoustic calibrator แนะนำให้ต้องสอบเทียบทุก 1 ปี เพราะเหตุผลหลักด้าน ความแม่นยำ เป็นไปตามมาตรฐาน และการสอบกลับได้ (Traceability) โดยเฉพาะถ้าใช้งานอ้างอิงตามมาตรฐานสากล ระบบคุณภาพ หรือข้อกฎหมาย

1. ความแม่นยำอาจเปลี่ยนตามเวลา (Drift) 
แม้ว่า Sound calibrator จะดูเป็นอุปกรณ์ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆมากนักแต่ภายในมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น

  • ไมโครโฟนอ้างอิง
  • วงจรควบคุมระดับแรงดันเสียง
  • ลำโพงกำเนิดเสียง
  • ซีลยาง / O-ring

อุปกรณ์เหล่านี้สามารถ drift ได้จากสาเหตุดังต่อไปนี้

  • อายุการใช้งาน
  • ความชื้น / อุณหภูมิ
  • การกระแทก
  • การเก็บรักษาไม่เหมาะสม

ถ้า Sound calibrator คลาดเคลื่อนไป 0.3 – 0.5 dB หมายความว่า “ค่าที่วัดทั้งปีจะผิดทั้งหมดทันที

2. เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล (Compliance with international standards)
มาตรฐานการวัดเสียงระดับสากล เช่น
IEC 60942 (Sound calibrators)
IEC 61672-1 (Sound level meters)
กำหนดให้อุปกรณ์สอบเทียบต้องมีการตรวจสอบและสอบเทียบตามรอบระยะเวลาที่เหมาะสม (โดยทั่วไป 1 ปี)

หากไม่มีใบรับรองการสอบเทียบ (Calibration certificate) จะมีผลดังต่อไปนี้

  • ผลการวัดอาจไม่สามารถใช้อ้างอิงทางกฎหมายได้
  • อาจไม่ผ่านการตรวจประเมิน ISO/IEC 17025
  • ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานในงานสิ่งแวดล้อมหรืออาชีวอนามัยได้

3. เพื่อคงความสามารถในการสอบกลับได้ (Traceability)
Calibration certificate ที่ดีจะต้องสามารถสอบกลับไปยังมาตรฐานระดับชาติหรือสากลได้ 

  • ค่าระดับเสียง 94 dB หรือ 114 dB ที่ Sound calibrator ให้มามีที่มาชัดเจน
  • สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ในกรณีเกิดข้อพิพาท
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือในงานวิศวกรรมและงานในหน่วยงานราชการ